เรื่องเก่าเล่าใหม่ เปิดใจ "อัมรินทร์ คอมันตร์" ประธานชมรมพิทักษ์ไทย "ค้านแก้ ปว. ๒๘๑ เพื่อชาติ" เพราะไทยเสียเปรียบต่างชาติ
เรื่องเก่าเล่าใหม่ เปิดใจ "อัมรินทร์ คอมันตร์" ประธานชมรมพิทักษ์ไทย
"ค้านแก้ ปว. ๒๘๑ เพื่อชาติ" เพราะไทยเสียเปรียบต่างชาติ
ปว.๒๘๑ คือ กฎหมายที่ออกในสมัยจอมพลถนอม กิติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อปกป้องส่งเสริมการทํากินของคนไทย ไม่ให้ต่างชาติหรือนายทุนขนาดใหญ่ใช้ชื่อไทยเข้ามาแย่งการทํากินของคนไทย รัฐบาลได้ใช ้เวลาออกกฎหมายประมาณ ๒ อาทิตย์ ใช มาประมาณ ๒๐ ปี มีนักการเมืองเลวๆ บางคนในสมัยที่พรรคสีฟ้าเป็นรัฐบาล ต้องการให้ตนเองได้รับตําแหน่งหนึ่งในต่างประเทศ ซึ่งถ้าตนเองไม่เปิดเสรีการค้า ก็จะไม่มีคุณสมบัติครบถ้วน จึงได้แก้กฎหมายเปิดเสรีการค้าให้ต่างชาติ โดยหลอกลวงประชาชนว่ากฎหมายเก่าแก่ ถูกองค์การการค้าระหว่างประเทศบีบบังคับ นักการเมืองคนนั้นเอาผลประโยชน์ของคนในชาติไปแลกกับผลประโยชน์ของตัวเอง มีหลายอาชีพที่นายอัมรินทร์ คอมันตร์คัดค้านไว้ได้ แต่ในระยะหลังก็ยังมีข้าราชการกระทรวง ระดับอธิบดีเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาแย่งการทํากินของคนไทย
การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในเรื่องของการที่จะเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาฮุบธุรกิจไทย เพื่อหวังเม็ดเงินลงทุนที่จะมีเข้ามา ซึ่งทางรัฐบาลในยุคก่อนมอบหมายให้อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวเรือใหญ่ในเรื่องนี้ โดยพยายามที่จะแก้ไข ปว.๒๘๑ จนกระทั่งสังคมเกิดการแตกแยกในมุมมองอย่างหนัก ในขณะที่ทางการเมืองพยายามหาฐานเสียงมาสนับสนุน แต่ทางผู้ประกอบการและคนไทยส่วนใหญ่เห็นในความไม่ชอบมาพากลก็พยายามคัดค้าน จนถึงขั้นมีการรวมกลุ่มเป็น "ชมรมพิทักษ์ไทย" ขื้นมา โดยมีนายอัมรินทร์ คอมันตร์ นักธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานชมรม เปิดเกมคัดค้านการแก้ไข ปว.๒๘๑ อย่างจริงจัง จนกระทั่งถูกมองว่ามีเงื่อนงำหรือผลประโยชน์อะไรหรือไม่ รวมทั้งเป็นกลไกของฝ่ายค้านในการท่าลายรัฐบาลหรือเปล่า
นายอัมรินทร์ คอมันตร์ ไนฐานะประธานชมรมพิทักษ์ไหย กล่าวว่า จริงๆ แล้วการตั้ง "ชมรมพิทักษ์ไทย" ขึ้นมาในครั้งนี้ เนื่องจากว่านักธุรกิจและผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนคนไทยผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเห็นว่ารัฐบาล โดยเฉพาะคนในรัฐบาลบางคน ทั้งที่ผ่านมาหรือในรัฐบาลนี้ก็ตาม พยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเอาสิทธิและผล่ประโยซน์ของคนในชาติไปให้กับชาวต่างชาติ รวมทั้งพยายามที่จะเอาแผ่นดินไทยไปขายให้ต่างชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาต่อคนไทยในอนาคต เพราะประเทศเรามีทรัพยากรจำกัด เมื่อเอาไปให้ต่างชาติ ต่อไปต้องเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน
"ที่รัฐบาลพยายามออกมาบอกว่าจะมืมาตรการป้องกัน ไม่ต้องกลัว แต่จริงๆ แล้วเมืองไทยไม่่มีมาตราการไหนที่จะทำได้ดีอย่างที่พูด ปัจจุบันแค่การควบคุมปัญหาแรงงานต่างชาติ ก็เห็นแล้วว่าทำไม่ได้ มีปัญหาเยอะมาก หรือ่แม้แต่เรื่องแค่การปราบรถซิ่ง รถมอเตอร์ไซด์ที่มาแข่งกันบนท้องถนน ทางการก็ยังไม่มีปัญญา ไม่มีมาตรการที่จะป้องกันปราบ่ปรามได้ แล้วเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ ของคนทั้งประเทศ จะให้เชื่อมั่นได้อย่างไร และเรื่องการปราบปรามยาบ้ายาเสพติด จนขณะนี้ก็ยังปราบไม่ได้ มีขายกันเกลื่อนเมือง ถึงขั้นกับฆ่ากันเย้ยกฎหมาย แล้วจะทำอะไรให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นได้ว่ารัฐบาลปกป้องคนไทยได้
ดังนั้นเมื่อการรักษากฎหมาย รักษาผลประโบชน์ของประชาชนไม่สามารถทำให้เกิดความเชื่อถือได้ การที่คนในชาติหรือใครก็ตามจะลุกขึ้นมารักษาสิทธิหรือผลประโยชน์ของชาติ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ทางชมรมพิทักษ์ไทยซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบอาชีพ นักศืกษา ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ "ส่งเสริมสนับสนุนปกป้องและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ป้องกันสิทธิผลประโยซน์ของแผ่นดินไทยและคนไทย รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลและปัญหาเกี่ยวกับสิทธิและผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับคนไทย จากจุดนี้นี่เองเมื่อเห็นว่ามีบุคคลในรัฐบาลบางคนพยายามอย่างยิ่งที่จะเอาอาชีพของคนไทยไปให้ต่างชาติ ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้คนในชาติ เราจึงต้องออกมาคัดค้าน
นายอัมรินทร์ คอมันตร์ ประธานชมรมพิทักษ์ไทย ยืนยันว่า "องค์กรนี้ไม่ได้สังกัด หรือเกี่ยวข้อง หรือไมได้รับเงินจากพรรคการเมืองหรือจากบุคคลกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดทั้งสิ้น เป็นการกระทำจากจิตใจของคนที่มีจิตสำนึกในความเป็นคนไทยอย่างแท้จริง
ส่วนที่บอกว่าเป็นการลุกขึ้นมาปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจนั้น ส่วนหนึ่งยอมรับว่าใช่ แต่ที่สำคัญคือคนที่เขาลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิประโยซน์ของเขานั้นเป็นใคร เป็นคนไทยหรือเปล่า แล้วผลประโยชน์ของคนไทยเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติใช่หรือไม่ คนไทยไม่มีสิทธิที่จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนเองหรือ การที่คนไทยลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิประโยชน์ตัวเองมันผิดตรงไหน ชาติอื่นๆ ก็ปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนเองทั้งนั้น แม้แต่อเมริกาเองก็มีมาตรการต่างๆอย่างจีเอสพี ก็เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของเขาเองทั้งนั้น แล้วคนที่จะเอาสิทธิประโยชน์ของคนในขาติไปไส่พานถวายให้ต่างชาติล่ะเป็นคนเลวหรือเปล่า ผมว่านั้นแหละตัวการที่เลวเลยแหละ
"มีบางคนพูดว่าต่างชาติหรือคนไทยลงทุนก็เหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ต่างชาติลงทุนได้กำไรก็ขนเงินกลับประเทศเขา ทำไมไม่คิดที่จะส่งเสริมกิจการคนไทยให้มีความแข็งแกร่งขึ้น บ้านเมืองทุกว้นนี้กำลังจะถูกครอบง่า แทนที่จะช่วยส่งเสริมผลประโยชน์ให้คนของตัวเอง กลับปล่อยให้คนอื่นเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์ ถ้าปล่อยให้เขาเข้ามาแล้ว วันหน้าจะเอากลับคืนก็ไม่ได้"
สำหรับเรื่องที่ทางการอ้างว่าอีก ๗ ปี ก็ต้องเปิดเสรีการค้าอยู่ดี เรื่องนี้หากรัฐบาลฉลาด ช่วงนี้ยิ่งควรต้องให้คนไทยแข่งขันกันเองให้แข็งแกร่งขึ้นมาก่อน ควรสนับสนุนเอกชนไทย พยายามกั้นไม่ให้ต่างชาติเข้ามาแย่ง ตอนนี้ให้ผู้บริโภค ให้ประชาชนคนไทยได้ประโยชน์สูงสุด สิ่งเหล่านี้รัฐบาลสามารถทำได้ ถ้าทำจริงๆ จังๆ กว่าจะถึง ๗ ปี ธุรกิจไทยแข็งแรงแล้ว มีความจำเป็นอะไรที่ด้องรืบเปิด อยากจะถามเหมือนกันว่า คนที่รีบแก้ไข ปว.๒๘๑ ได้ผลประโยซน์อะไรจากต่างชาติ???
นายอัมรินทร์ คอมันตร์ ประธานชมรมพิทักษ์ไทย กล่าวต่อว่า "การแก้ไข ปว.๒๘๑ เพื่อเอื้อประโยชน์บางอย่างให้ต่างชาติ บอกตรงๆ เลยว่า ผู้บริหารประเทศคนไหนก็ตามที่เอาผลประโบชน์ของประชาชนและประเทศชาติไปยกให้ต่างชาติ ุคนพวกนี้มีความเลวทรามไม่น้อยไปกว่าคนที่บริหารประเทศแล้วโกงบ้านโกงเมือง มือย่างที่ไหนชาวต่างประเทศหรือหอการค้าต่างประเทศฉวยโอกาสที่ไทยประสบปัญหามาเรียกร้องสิทธิประโยชน์ พวกผู้บริหารบ้านเมืองที่ไม่มีกึ๋นก็พยายามเอาใจคนต่างชาติ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีผู้บริหารชาตีไหนเขายินยอม แต่บางคนในรัฐบาลจะทำ คนไทยทุกคนจึงต้องหาทางป้องกัน"
ส่วนกรณีที่รัฐบาลอ้างว่าการเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน จะช่วยให้ได้เม็ดเงินมาพื้นฟูเศรษฐกิจ คนที่พูดเช่นนั้นแสดงว่าไม่มีความรู้ความเข้าใจ เพราะประการแรกเรามืกฎหมายส่งเสริมการลงทุนอยู่แล้ว ให้แรงจูงใจมากมาย, ส่วน ปว.๒๘๑ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลงทุน เป็นอาชีพ เป็นธุรกิจภาคบริการ ซึ่งการลงทุนไม่สูง คนที่เรียกร้องไม่ให้แก้ไข ปว.๒๘๑ เขาปกป้องสิทธิประโยชน์ ไม่ได้ขัดขวางการลงทุนของต่างชาติ ซึ่งมีกฎหมายเอื้อให้อยู่แล้ว งานภาคบริการควรจะเก็บไว้ให้คนไทยไม่ได้หรืออย่างไร แล้วเรื่องชาตินิยมนั้นก็เป็นกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอเมริกาที่ชาตินิยมมากที่สุด
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การที่จะขายรัฐวิสาหกิจให้ต่างชาติ อ้างว่าเป็นการแปรรูป แปรรูปให้คนไทยก็ได้ เพราะเป็นผลประโยชน์ของชาติ แล้วต่างชาติก็จ้องเอาแต่รัฐวิสาหกิจที่ดี ที่มีผลประโยชน์สูงๆ ทั้งนั้น ถ้าขายกันขนาดนี้รัฐบาลมีความสามารถหรือไม่ อยากให้คนที่เกี่ยวข้องในร้ฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือพนักงานออกมาแสดงความคิดเห็น ออกมาช่วยกันปกป้องทร้พย์สินแผ่นดินไทย อย่าไปขลาดกลัวนักการเมือง
"อัมรินทร์ คอมันตร์" ประธานชมรมพิทักษ์ไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า "ความเคลื่อนไหวของชมรม ก็จะเนันให้มีการสื่อให้สังคมรับรุู้ความจริง ให้มีการขยายความคิดกันออกมา เราจะเน้นเรื่องการทำประชาพิจารณ์ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น และได้รู้ว่านักการเมืองบางคนทำอะไรอยู่"
มีหลายคนมักจะถามผมว่า คนไทย-คนต่างชาติ มาหากินในเมืองไทย มันต่างกันอย่างไร? ผมมักจะบอกว่า คนไทยทํามาหากิน คนไทยก็ได้รายได้มาสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ ต่างชาติมาทํากิน เขาก็ขนรายได้กลับสู่ประเทศเขา ไปสร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่ ครอบครัว สังคม ประเทศชาติของเขา
คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะเป็นประชาธิปไตยได้ ถ้ายังไม่รู้จักที่จะเลือกคนที่ซื่อสัตย์ รักษาสัจจะ ทําเพื่อประเทศชาติ ประชาชน และรักสถาบัน อย่างแท้จริง ส่วนใหญ่มีแต่พวกเข้ามาหลอกลวง ขายชาติ ขายแผ่นดินให้ต่างชาติ จากพฤติกรรมของการเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา แม้กระทั่งการจัดตั้งรัฐบาล ทําให้คิดได้ว่า คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะเป็นประชาธิปไตย ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ประเทศไทยคงไม่เหลือ คงเหลือแต่ประชาธิปตาย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น